Search Result of "Fusarium wilt"

About 31 results
Img

งานวิจัย

มะเขือเทศสายพันธุ์แท้ต้านทานโรคเหี่ยวเหลือง (Fusarium wilt) (2020)

หัวหน้าโครงการ:Imgดร.ธัญญ์วนิช ธัญสิริวรรธน์, อาจารย์

ผู้ร่วมโครงการ:Imgนายประภาษ กาวิชา, อาจารย์

แหล่งทุน:สำนักพัฒนาบัณฑิตศึกษาและวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี บริหารโดย ศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีชีวภาพเกษตร

Img
Img
Img
Img
Img
Img
Img
Img

ที่มา:คณะวิทยาศาสตร์

หัวเรื่อง:การควบคุมโดยชีววิธีของเชื้อรา Trichoderma harzianum ต่อการเกิดโรค Fusarium wilt

หัวหน้าโครงการ:Imgนางศลิษา สุจิตวรสาร, อาจารย์

Img

ที่มา:คณะวิทยาศาสตร์

หัวเรื่อง:ผลของเชื้อราอาบัสคูลาร์ไมคอร์ไรซาต่อการเจริญเเละการควบคุมเชื้อราที่เป็นสาเหตุโรคเหี่ยวในมะเขือเทศ

หัวหน้าโครงการ:Imgนางศลิษา สุจิตวรสาร, อาจารย์

Img

ที่มา:วิทยาสารเกษตรศาสตร์ สาขา วิทยาศาสตร์

หัวเรื่อง:ไม่มีชื่อไทย (ชื่ออังกฤษ : Fusarium Wilt of Tomato in Thailand )

ผู้เขียน:Imgเสน่ห์ นิลมณี, Imgอุดม ภู่พิพัฒน์

สื่อสิ่งพิมพ์:pdf

Abstract

โรคเหี่ยวของมะเขือเทศเกิดจากเชื้อรา Fusarium oxysporum f. lycopersici(Sacc.) Snyder and Hansen. เป็นโรคที่ร้ายแรงโรคหนึ่งซึ่งทำความเสียหายให้กับมะเขือเทศในประเทศไทยในท้องที่ที่มีการปลูกมากจากบันทึกครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2501 ของแผนกโรควิทยา กองพืชพันธุ์ กรมกสิกรรมพบว่าโรคนี้มีระบาดที่จังหวัดพระนคร ธนบุรี สระบุรี นครราชสีมา เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และเชียงราย ส่วนจังหวัดอื่นๆเข้าใจว่าคงจะมี แต่ยังไม่มีใครสำรวจพบในต่างประเทศได้มีรายงานพบครั้งแรกที่เกาะ Channel ในช่องแคบอังกฤษ เมื่อราวปี ค.ศ. 1892 – 1893 (2) โรคนี้เป็นที่รู้จักกันดีในแถบอบอุ่นของโลก และมีผู้สนใจทดลองค้นคว้ากันอย่างกว้างขวางมาก Moore และ Chupp (1) ได้ศึกษาทางสรีรของเชื้อรานี้พบว่าสามารถใช้ธาตุคาร์บอนจาก Carbon source ต่างๆย่อยแป้งและใช้ ammonium-ion ได้ ใช้ไนโตรเจนจาก nitrogen source จำพวก nrea, peptone, proteose-peptone และ asparagine ได้ แต่ไม่สามารถสร้างสารอินโดลจาก tryptophan หรือซัลไฟด์จากกำมะถันที่มีอยู่ในโปรตีนและยังสามารถย่อยเจลาติน reduced pectate และทำให้ caseine ตกตะกอนได้ Walker (2) กล่าวว่าเชื้อรานี้เจริญได้ดีที่สุดในอาหารที่มี pH 3.6 – 8.0 ในดินที่เป็นกรด pH ดีเหมาะแก่การงอกของสปอร์บนอาหารมีอยู่ 2 ระยะ คือ ประมาณ 4.5 และ 7.0 อาหารที่มีธาตุโปแตสเซียมต่ำ และไนโตรเจนสูงจะทำให้เกิดการเจริญของเชื้อราเพิ่มขึ้น และเขายังกล่าวถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดการเหี่ยวว่า เนื่องจากเชื้อรานี้ทำให้การเคลื่อนที่ของน้ำและธาตุอาหารในลำต้นไม่สะดวก หรือหยุดชงักลงโดยเมื่อเชื้อราเข้าไปอยู่ในท่ออาหารแล้วจะสร้าง enzyme พวก pectin methyl-esterese (PME) และ depolymerase (DP) enzymes ทั้งสองชนิดนี้จะทำลาย pectic substances ที่อยู่ในผนังเซลล์แล้วเข้าไปใน xylem parenchyma และในท่อ xylem แล้วจะเกิด colloidal mass อุดอยู่ ในระยะนี้จะเกิดการเหี่ยวขั้นแรก คือ ต้นมะเขือเทศจะเหี่ยวในเวลากลางวันที่มีแดดร้อนและจะฟื้นในเวลากลางคืนที่มี น้ำค้าง หรืออากาศ เย็น เรียกว่า “temporary wilting” ต่อไปเชื้อราจะสามารถสร้างสาร lycomarasmin และ fusaric acid ขึ้น ทำให้เกิดอาการเหี่ยวตลอดไป เรียกว่า “permanent wilting”

Article Info
Agriculture and Natural Resources -- formerly Kasetsart Journal (Natural Science), Volume 004, Issue 3&4, Jul 64 - Dec 64, Page 79 - 87 |  PDF |  Page 

Img

Researcher

นาง ศลิษา สุจิตวรสาร, อาจารย์

ที่ทำงาน:ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ บางเขน

สาขาที่สนใจ:จุลชีววิทยา

Resume

Img

ผลงานตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ

Vegetative Compatibility Groups of Fusarium oxysporum f.sp. cubense

ผู้แต่ง:ImgApirusht Somrith, ImgMr.Narong Singburaudom, Associate Professor, ImgDr.Onuma Piasai, Associate Professor,

วารสาร:

Img

Img
Img
Img
Img

ที่มา:วิทยาสารเกษตรศาสตร์ สาขา วิทยาศาสตร์

หัวเรื่อง:ไม่มีชื่อไทย (ชื่ออังกฤษ : Biological Control of Tomato Wilt Caused by Fusarium oxysporum F. SP. Lycopersici by Using Chaetomium cupreum)

สื่อสิ่งพิมพ์:pdf

Abstract

Chaetomium cupreum was discovered and used for the biological control of tomato wilt, a disease caused by Fusarium oxysporum f. sp. lycopersici. Bi-culture test in laboratory showed that C. cupreum gave the highest inhibition activity to the test fungal pathogen. Percent inhibition of radial growth and zone of inhibition were 61.00% and 0.45 cm, respectively. However, the slide bi-culture test were observed under a binocular microscope showed an antagonistic action of C. cupreum against F. oxyporum f. sp. lycopersici. Macroconidia of a pathogen was broken and then the protoplast was released from fungal cells. Greenhouse trial was done by using 2x4 factorial in Randomized Complete Block Design. Results showed that C. cupreum had the antagonistic potential to control tomato wilt either by using it’s spore suspension of culture extract. The antagonist was as effective as Pentachloronitrobenzene both in sterilized soil and non-sterilized soils. This suggested that an antagonistic substance produced by C. cupreum played a major role for inhibition of the pathogen.

Article Info
Agriculture and Natural Resources -- formerly Kasetsart Journal (Natural Science), Volume 026, Issue 3, Jul 92 - Sep 92, Page 310 - 313 |  PDF |  Page 

Img

ที่มา:วิทยานิพนธ์ ปริญญาโท (จาก: บัณฑิตวิทยาลัย และ สำนักหอสมุด มก.)

หัวเรื่อง:ความหลากหลายทางพันธุกรรมของเชื้อ Fusarium oxysporum f. sp. cubense สาเหตุโรคตายพรายของกล้วยในประเทศไทย

ผู้เขียน:Imgอภิรัชต์ สมฤทธิ์

ประธานกรรมการ:Imgนายณรงค์ สิงห์บุระอุดม, รองศาสตราจารย์

กรรมการวิชาเอก:Imgนายวิจัย รักวิทยาศาสตร์, รองศาสตราจารย์

กรรมการวิชารอง:Imgนางพูนพิไล สุวรรณฤทธิ์, รองศาสตราจารย์

สื่อสิ่งพิมพ์:pdf

Abstract


Dissertation/Thesis Info
Abstract  (cache) |  Full text  (cache)  | Page  (Info)

Img

Researcher

ดร. เนตรนภิส เขียวขำ, ผู้ช่วยศาสตราจารย์

ที่ทำงาน:ภาควิชาโรคพืช คณะเกษตร บางเขน

สาขาที่สนใจ:โรคภายหลังการเก็บเกี่ยว, การใช้สารสกัดจากพืชเพื่อควบคุมโรค

Resume

Img

Researcher

ดร. ราตรี บุญเรืองรอด, ผู้ช่วยศาสตราจารย์

ที่ทำงาน:ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร กำแพงแสน

สาขาที่สนใจ:การปรับปรุงพันธุ์พืชและเทคโนโลยีชีวภาพ

Resume

12