การพัฒนาการผลิต การสกัดและการวิเคราะห์สารและน้ำมันหอมระเหยจากยูคาลิปตัส และเสม็ดขาว">

โครงการย่อยในชุดโครงการ การพัฒนาการผลิต การสกัดและการวิเคราะห์สารและน้ำมันหอมระเหยจากยูคาลิปตัส และเสม็ดขาว

  • 2556 (2555-2557)

  • inดร.มะลิวัลย์ หฤทัยธนาสันติ์

  • inดร.อุดมลักษณ์ สุขอัตตะ,inดร.วรรณสิริ วรรณรัตน์, อาจารย์,inนายยุทธนา บรรจง,inนายเกษม หฤทัยธนาสันติ์,inนางสาววิลาสินี กวีกิจธรรมกุล,inดร.วิภารัตน์ พิทักษ์ด่านธรรม,inนางวีระศรี เมฆตรง

  • โครงการวิจัยและถ่ายทอดงานวิจัยสู่ประชาชน(สำหรับศูนย์วิจัย/สถานีวิจัยในสังกัดของ มก.)

  • 1. เพื่อทำการสำรวจ และคัดเลือกแม่ไม้เสม็ดขาวจากแหล่งพันธุ์ที่ให้ปริมาณน้ำมันสูงที่สุด 2. เพื่อพัฒนาเทคนิคเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชเสม็ดขาวที่มีประสิทธิภาพ โดยมีสูตรอาหารเพาะเลี้ยงที่ให้เปอร์เซ็นต์การแตกหน่อและเปอร์เซ็นต์การออกรากที่สูง 3. เพื่อจัดหาใบยูคาลิปตัสและเสม็ดขาวจากแหล่งปลูกที่สามารถผลิตใบที่ให้ปริมาณน้ำมันหอมระเหยได้ดี 4. เพื่อปลูกทดสอบพันธุ์เสม็ดขาวที่ได้จากการคัดเลือกพันธุ์ในปีที่ 1 และ 2 และยืนยันการคัดเลือกพันธุ์เพื่อใช้ในการขอจดทะเบียนพันธุ์ 5. เพื่อหาระบบการปลูก และการจัดการที่เหมาะสมในกรณีปลูกเพื่อการสกัดน้ำมันในระดับอุตสาหกรรม 6. เพื่อกระตุ้นให้เห็นถึงความสำคัญทางเศรษฐกิจของเสม็ดขาว ซึ่งเป็นไม้ท้องถิ่นในป่าพรุที่กำลังถูกเผาทำลายอย่างหนักในปัจจุบัน

  • การคัดเลือกพันธุ์ยูคาลิปตัสที่มีปริมาณน้ำมันหอมระเหยในใบสูง คัดเลือกจากชนิดและสายต้นที่นิยมปลูกในเชิงอุตสาหกรรมและสายต้นที่เคยมีรวบรวมพันธุ์ไว้ในประเทศไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อคัดเลือกพันธุ์ยูคาลิปตัสที่มีความเหมาะสมสำหรับผลิตน้ำมันหอมระเหย จากการเก็บตัวอย่างใบสดของยูคาลิปตัสและนำมาวิเคราะห์เปอร์เซ็นต์น้ำมันหอมระเหย 22 ตัวอย่าง พบว่า สายต้น BS8 ให้น้ำมันหอมระเหยในใบสูงที่สุด คือ 2.25 เปอร์เซ็นต์ รองลงมาได้แก่สายต้น BS2 ให้น้ำมันหอมระเหย 1.55 เปอร์เซ็นต์ และสายต้น P6 ให้น้ำมันหอมะเหย 1.52 เปอร์เซ็นต์ ส่วนสายต้นที่มีน้ำมันหอมระเหยในใบต่ำที่สุดได้แก่ H 8, H10 และ BS 10 คือ 0.25, 0.23 และ 0.22 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ โดยปริมาณน้ำมันหอมระเหยทั้ง 3 ตัวอย่างไม่แตกต่างกันในเชิงสถิติ (p?0.05) ปริมาณน้ำมันหอมระเหยในใบยูคาลิปตัสในการคัดเลือกครั้งนี้ส่วนใหญ่มีค่าต่ำเนื่องจากสายพันธุ์ยูคาลิปตัสที่พัฒนาพันธุ์ในประเทศไทยเน้นไปที่ลักษณะต้นตรง ผลผลิตเนื้อไม้และเปอร์เซ็นต์เยื่อที่สูง ไม่ได้ทำให้มีปริมาณน้ำมันหอมระเหยในใบสูงตามไปด้วย ทั้งนี้ในการคัดเลือกสายต้นที่ดีสำหรับผลิตน้ำมันหอมระเหยนอกจากเปอร์เซ็นต์น้ำมันแล้วควรพิจารณาองค์ประกอบของน้ำมันหอมระเหย กลิ่นหอม และสารที่สามารถนำไปต่อยอดใช้ประโยชน์ได้อีกด้วย

  • ฝ่ายเทคโนโลยีชีวมวลและพลังงานชีวภาพ สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตผลทางการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร